สวัสดีครับ เพื่อนร่วมวงการเทรดทุกท่าน! เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะเริ่มเผยแพร่ชุดบทความที่เจาะลึกเรื่องรูปแบบฮาร์โมนิกของ Gartley (Harmonic Patterns) เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้มีประสบการณ์ คงเคยได้ยิน เคยทดลองใช้ หรือยังคงใช้วิธีการวิเคราะห์ตลาดนี้อยู่ในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักกับเครื่องมือนี้ เราขอเสนอภาพรวมสั้น ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และทฤษฎีของ รูปแบบฮาร์โมนิก

รูปแบบฮาร์โมนิกคืออะไร?
รูปแบบฮาร์โมนิกถูกอธิบายไว้โดยนักทฤษฎีการซื้อขายหุ้น ได้แก่ Harold M. Gartley, Scott M. Carney และ Larry Pesavento แต่ผู้บุกเบิกคนแรกคือ Gartley ซึ่งตีพิมพ์หนังสือ “Profits In The Stock Market” เมื่อปี 1935 ภายในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนกล่าวถึงรูปแบบกราฟที่อาจทำให้สับสนกับคลื่น Elliott แม้จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ทั้งสองแนวคิดไม่เหมือนกัน ในขณะที่ ทฤษฎีคลื่น Elliott ใช้ตัวเลขระบุคลื่น Impulse Waves และใช้ตัวอักษรระบุคลื่น Corrective Waves รูปแบบของ Gartley ใช้เพียงตัวอักษรเท่านั้นในการระบุจุดกลับตัวหรือจุดสำคัญบนกราฟ นี่คือความแตกต่างข้อหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนทันที อย่างไรก็ตาม ด้วยความคล้ายคลึงบางประการ เทรดเดอร์ที่คุ้นเคยกับทฤษฎีคลื่น Elliott มักสับสนระหว่างทั้งสองระบบ
งานของ Gartley ได้รับการพัฒนาต่อโดย Carney และ Pesavento ซึ่งมองรูปแบบฮาร์โมนิกของ Gartley ว่าเป็นการแกว่งตัวตามธรรมชาติของตลาด รูปแบบเหล่านี้ช่วยระบุจุดกลับตัวของตลาดได้
เพื่อเพิ่มความแม่นยำของรูปแบบ Gartley Larry Pesavento เริ่มนำอัตราส่วน Fibonacci มาใช้ ในเวลาต่อมา Scott Carney ก็มีส่วนร่วมด้วยการอธิบายรูปแบบใหม่ ๆ และอัตราส่วน Fibonacci เพิ่มเติม ปัจจุบันมีรูปแบบฮาร์โมนิกหลักดังนี้:
หลักการวิเคราะห์ฮาร์โมนิกเพื่อการเทรดที่ประสบความสำเร็จคืออะไร?
หลักการของเครื่องมือ Gartley คือ รูปแบบฮาร์โมนิกที่ปรากฏซ้ำ ๆ บนกราฟราคา ช่วยให้นักเทรดสามารถคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตได้อย่างมั่นใจ ระบบกราฟนี้ใช้งานได้กับทุกตลาด รวมถึง ตลาด Forex ด้วย เมื่อรูปแบบใกล้เคียงกับสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด โอกาสที่ราคาจะวิ่งตามรูปแบบมีสูงที่สุด รูปแบบเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้บนทุก Timeframe ตั้งแต่ระดับนาทีไปจนถึงรายปี
แน่นอนว่า การเทรดกับรูปแบบที่ใกล้เคียงกับแบบจำลองมาตรฐานมากที่สุดย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ในทางปฏิบัติ มักเกิดรูปแบบที่มีความเบี่ยงเบนจากแบบคลาสสิกอยู่เสมอ ดังนั้น เราขอแนะนำให้ท่านให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพฤติกรรมของรูปแบบกราฟเหล่านี้ในสภาวะตลาดจริง
แนวคิดและหลักการพื้นฐานของรูปแบบฮาร์โมนิก Gartley

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการเทรดด้วยรูปแบบฮาร์โมนิกคือการใช้อัตราส่วน Fibonacci ซึ่งอัตราส่วนของ Legs ของรูปแบบต่าง ๆ เหล่านี้เรียกว่า “Retracement” ค่าที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ 2.618, 1.618, 1.27, 1, 0.886, 0.786, 0.5, 0.618 และ 0.382 หลายค่าในจำนวนนี้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่บางค่า เช่น 0.786 และ 1.27 ไม่ปรากฏใน ระดับ Fibonacci แบบคลาสสิก เนื่องจากเป็นค่าที่เพิ่งมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในระยะหลัง โดย 0.786 ได้มาจากการหารากที่สองของ 0.618 ส่วน 1.27 ได้มาจากการหารากที่สองของ 1.618
เราขอเน้นย้ำเป็นพิเศษกับระดับ Retracement ใหม่ที่เรียกว่า 0.886 ซึ่งคิดค้นโดย Dee Carney เช่นเดียวกับ 0.786 ค่า 0.886 ก็เป็นค่าที่ได้จากการคำนวณ Fibonacci เช่นกัน แต่เป็นผลลัพธ์ของการหารากที่สี่ของ 0.618 ค่า Retracement นี้แสดงประสิทธิภาพที่ดีมากในรูปแบบฮาร์โมนิกหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในรูปแบบ “Crab” และ “Bat”
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเทรด ควรใช้กลยุทธ์อื่นประกอบเพื่อกรองสัญญาณ (Filter) จากรูปแบบ เนื่องจากในตลาดการเงินไม่มีสิ่งใดที่แม่นยำ 100%
ดังที่ Scott Carney ได้กล่าวไว้ในงานเขียนของเขา: “เมื่อผสมผสานเทคนิคการเทรดแบบฮาร์โมนิกเข้ากับ Indicators มาตรฐาน เราจะได้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการวัดพฤติกรรมราคาและค้นหาจุดเข้าทำกำไรที่มีโอกาสสำเร็จสูง”
ขอให้เทรดได้กำไรนะครับ